การเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ
การเลือกตั้ง
หมายถึง การที่ราษฎรใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพื่อทํา หน้าที่แทนตนในการปกครองแต่ละระดับของประเทศ เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด เป็นต้น
การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรี
กล่าวคือต้องเปิดกว้างให้อิสระในการตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียงทั้งนี้ต้องเป็นไปโดยบริสุทธิ์และยุติธรรมไม่มีการชี้นําหรือบังคับให้เลือก
ความสําคัญของการเลือกตั้ง
ประชาชนเป็นผู้มีอํานาจในการปกครองประเทศแต่ในสภาพสังคมปัจจุบันยอมเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนทุกคนจะทําหน้าที่ปกครองประเทศพร้อมๆกัน จึงมีความจําเป็นต้องเลือกผู้แทนของตนเข้าไปทําหน้าที่แทนตน และประชาชนสามารถเปลี่ยนผู้แทนซึ่งใช้อํานาจแทนตนได้โดยเลือกผู้ที่ตนเห็นว่าประโยชน์แก่ส่วนรวมตามแนวทางที่ตนต้องการโดยพิจารณาจากนโยบายของผู้สมัครหรือพรรคของผู้สมัคร
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
การเลือกตั้งจัดขึ้นภายใต้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไป (universal suffrage) ตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อย่างไรก็ตาม มีข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่บางประการ
- มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด หรือแปลงสัญชาติเป็นไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี
- มีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ ต้องไม่เป็นพระสงฆ์ สามเณร นักพรตหรือนักบวช, ต้องไม่อยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, ต้องไม่ถูกคุมขังด้วยหมายของศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องไม่วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนหรือไม่สมประกอบ
ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง
1. ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีมีสิทธิเลือกตั้งที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง
2. ยื่นหลักฐานแสดงตนโดยยื่นบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3. รับบัตรเลือกตั้ง 2 บัตร บัตรหนึ่งเลือก ส.ท. บัตรหนึ่งเลือกนายกฯ ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
4. เข้าคูหาลงคะแนน ทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องทำเครื่องหมาย หากไม่ต้องการเลือกใครให้ทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องไม่ลง คะแนน
5. หย่อนบัตรด้วยตนเอง เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วพับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อยและหย่อนบัตรลงในหีบ บัตรเลือกตั้งด้วยตนเองทั้ง 2 บัตร
ผลเสียของการซื้อขายเสียง
สําหรับการซื้อขายเสียง นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งของการเลือกตั้งในทุกระดับ เพราะไม่ได้หวังที่จะเข้ามาเพื่อช่วยสังคมส่วนรวมอย่างจริงใจเป็นเพียงทางผ่านและผลประโยชน์ของตนหรือเข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ตามวิถีทางของเขาโดยไม่สนใจผลประโยชน์ของชาติและประชาชนคนเหล่านี้จะไม่เห็นใครสําคัญกว่าตนเอง และประโยชน์ของตน ซึ่งไม่ควรจะให้มีโอกาสเขาจัดการผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเด็ดขาด
การป้องกันการซื้อขายเสียง
หนทางป้องกันการซื้อขายเสียงก็อยู่ที่ประชาชนที่จะต้องคํานึงอยู่เสมอว่าอํานาจของประชาชนเป็นอํานาจศักดิ์สิทธิ์จะซื้อขายกันไม่ได้และช่วยกันโดย

2 ต่อต้านการซื้อเสียงทุกชนิดในการเลือกตั้งทุกระดับ
3 ถ้าพบเห็นการซื้อขายเสียงให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและช่วยเป็นพยานให้กับทางเจ้าหน้าที่
4 แนะนําคนในครอบครัวหรือเพื่อนบ้านให้เห็นภัยของการซื้อขายเสียงและรวมกันรณรงค์ต่อต้าน
5 ชักชวนกันไปใช้สิทธิให้มาก ๆ
การเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ
หมายถึง การที่ผู้ที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้นำเอาวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณมาใช้ในการรับสารจากการดู การฟัง การตัดสินใจทั้งนี้เพื่อประเมินสิ่งที่ผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและตัดสินใจว่าสิ่งที่ผู้นำเสนอมีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด การเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณเป็น ทักษะการเลือกอย่างมีวิจารณญาณเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของสังคมในปัจจุบันต้องเลือกคนที่จะมาดูแลบ้านเมืองได้ เลือกอย่างมีวิจารณญาณไม่เอนเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งเป็นวิธีการที่อาจมีข้อเสียน้อยที่สุดในการที่จะให้คนส่วนใหญ่ได้มีส่วนร่วม หรือมีบทบาทในการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยที่ถือว่าอํานาจ อธิปไตยเป็นของประชาชน โดยการเลือกตั้งเป็นกระบวนการสรรหาผู้ปกครองหรือรัฐบาลโดยสันติวิธี ที่มีคุณค่าหรือคุณประโยชน์